TCERN :Thail - Forest Certification Network
กยท.ภาคใต้ตอนกลาง Kick-off ทำระบบจัดการสวนยางพาราอย่างยั่งยืนตามแนวทาง FSC เพื่อยกระดับมาตรฐานยางพาราไทย

       เมื่อวันที่ 3 พฤษภาคม พ.ศ. 2560 การยางแห่งประเทศไทย (กยท.) ร่วมกับ บริษัท นัมเบอร์ไนน์ กรีนพาวเวอร์ จำกัด จัดประชุมสัมมนาเพื่อให้ความรู้ความเข้าใจ การจัดการสวนยางพาราอย่างยั่งยืน ตามแนวทาง FSC ณ สำนักงานการยางแห่งประเทศไทย จังหวัดพังงา โดยมีหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้องในจังหวัด ภาคเอกชน บุคลากรการยางแห่งประเทศไทย (กยท.) ประมาณ 150 คนเข้าร่วม

         ด้วยปัจจุบัน ประเทศญี่ปุ่นได้มีนโยบายการใช้ชีวมวลจากไม้ทดแทนการใช้นิวเคลียร์และถ่านหินในการผลิตกระแสไฟฟ้า โดยคาดว่ามีความต้องการ Wood Pellet มากกว่า 5 ล้านตันต่อปี แต่ไม้ทั้งหมดต้องได้รับการรับรองว่ามาจากการจัดการอย่างยังยืน โดยกำหนดให้มาตรฐาน FSC เป็นมาตรฐานการรับรองที่ถูกกำหนดให้ต้องผ่าน ซึ่งเป้าหมายของวัตถุดิบที่กล่าวถึง ส่วนใหญ่มาจากยางพารา ของประเทศไทย

         นายเชาว์ ทรงอาวุธ รองผู้ว่าการการยางแห่งประเทศไทย (กยท.) ได้กล่าวว่า กยท. สนับสนุนให้เกษตรกรตัดฟันไม้ยางพารา ที่อายุมากเพื่อปลูกแทน ประมาณ 4 แสนไร่/ปี โดย กยท. มีนโยบายที่จะให้สวนยางพารา ทั้งประเทศได้รับการรับรอง FSC ซึ่งเป็นหลักประกันของความยั่งยืน และการส่งเสริม สนับสนุนให้มีการปลูกยางพารา โดยการให้ความสำคัญ ของสมดุลทั้งทางด้าน เศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม ในขณะที่ ดร.วรชาติ ทนังผล กรรมการผู้จัดการ บริษัท นัมเบอร์ไนน์ กรีนพาวเวอร์ จำกัด ซึ่งประกอบธุรกิจ ผลิต Wood Pellet ส่งออกประเทศญี่ปุ่น โดยมีเป้าหมายการพัฒนาพื้นที่เข้าระบบและให้ได้รับการรับรอง FSC ประมาณ 50,000 ไร่ ในปี พ.ศ. 2560 และจะขยายพื้นที่ให้ครอบคลุม จังหวัดพังงา กระบี่ ตรังและนครศรีธรรมราชต่อไป ทั้งนี้เกษตรกรจะได้ประโยชน์จากราคาไม้จะสูงขึ้น 10 - 20 % สร้างรายได้ที่มั่นคงให้กับเกษตรกร ทั้งนี้ยังนำหลักวิชาการที่เกี่ยวข้องกับการ ส่งเสริมหารปลูกไม้เศรษฐกิจโตเร็ว เพื่อพลังงาน ปลูกเสริมในแปลงปลูกยางพาราอายุ 1 -5 ปี และรับซื้อเพื่อใช้เป็นเชื้อเพลิงด้านพลังงาน

        ดร.สุเทพ จันทร์เขียว ประธานเครือข่ายการรับรองไม้เศรษฐกิจไทย (T-CERN) ได้บรรยายถึงความจำเป็นที่ประเทศไทย ต้องก้าวเข้าสู่มาตรฐานการจัดการป่าไม้ที่ยั่งยืนในมาตรฐานที่นานาชาติยอมรับ เช่น FSC, PEFC ซึ่งทั้ง 2 ระบบ แม้จะมีข้อกำหนด วิธีการที่แตกต่างกัน แต่ก็ให้ความสำคัญต่อความสมดุลด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม ซึ่งขึ้นอยู่กับตลาดผู้ซื้อเป้นผู้กำหนด หากสวนยางพาราได้รับการรับรองตามมาตรฐาน FSC แล้ว น้ำยางพารา ก็จะได้รับการรับรอง FSC ไปด้วย อย่างไรก็ตาม ประเทศไทยโดย T-CERN กำลังจัดทำมาตรฐาน FSC-Thailand ซึ่งคาดว่าใช้เวลาประมาณ 24 เดือน หากสำเร็จการดำเนินการก็จะง่าย และประหยัดมากขึ้น อีกทั้งจำเป็นจะต้องพัฒนาผู้ตรวจที่เป็นคนไทยให้มากขึ้น ในอนาคต

       ด้าน นายวรวิทย์ ดิสไร หัวหน้าสวนป่าคลองท่อม องค์การอุตสาหกรรมป่าไม้ (ออป.) ได้บรรยาย หลักการ ข้อกำหนด วิธีการ รวมถึงยกตัวอย่างการดำเนินงาน เอกสาร ระบบจัดการด้านสุขอนามัยและความปลอดภัยในงานด้านป่าไม้ ซึ่ง ออป. ได้รับการรองตามมาตรฐาน FSC แล้วกว่า 3 แสนไร่ และกำลังดำเนินการตรวจรับรอง หรือ Audit ในขณะนี้อีก 8 สวนป่า ทั้งนี้การรับรองของ ออป. นั้นอาจมีข้อแตกต่างในรูปแบบ เนื่องจาก ออป. ส่วนใหญ่เป็นสวนป่าที่มีเจ้าของรายเดียว
       อย่างไรก็ตาม การดำเนินงานโครงการจัดทำระบบการรับรองการจัดการสวนยางพาราอย่างยั่งยืน ตามแนวทาง FSC นี้ จะผนวกแนวทางของโครงการเกษตรแปลงใหญ่ ของรัฐบาล เพื่อให้เกิดการบูรณาการ ทั้งในกระบวนการของการจัดการ การตลาด ทั้งนี้ จะใช้กลไกความร่วมมือ และการประสานในระบบกลุ่มของ ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกณ์การเกษตร (ธกส.) เนื่องจากเกษตรกรรายย่อย ส่วนใหญ่เป็นลูกค้าของ ธกส.

       นอกจากนี้ยังพบว่า การสัมมนาครั้งนี้ มี นายธีรพงษ์ ตันติเพชราภรณ์ คณะกรรมการ กยท. (บอร์ด) และผู้ประกอบการจากประเทศญี่ปุ่น รวมถึงส่วนราชการ เช่น พลังงานจังหวัด อุตสาหกรรมจังหวัด เข้าร่วมสังเกตุการณ์และร่วมรับฟังการเสวนา ครั้งนี้ด้วย
ไม้โตเร็วตระกูลกระถินอะเคเซีย ที่จะนำเข้ามาส่งเสริมให้เกษตรกรปลูกร่วมกับยางพารา อายุ 1 - 5 ปี