เกี่ยวกับพื้นที่สงวนชีวมณฑล
     พื้นที่สงวนชีวมณฑล (Biosphere) มีที่มาจากการประชุมชีวมณฑล (Biosphere Conference) ซึ่งเป็นการประชุมระหว่างรัฐบาลด้านสิ่งแวดล้อมและการพัฒนา ที่จัดขึ้นในวันที่ ๔ - ๑๓ กันยายน พ.ศ. ๒๕๑๑ โดยยูเนสโกได้ร่วมกับองค์การสหประชาชาติ (United Nations: UN) องค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติ (Food and Agriculture Organization: FAO) องค์การอนามัยโลก (World Health Organization: WHO) สหภาพระหว่างประเทศว่าด้วยการอนุรักษ์ธรรมชาติและแหล่งทรัพยากรธรรมชาติ (The International Union of the Conservation of Natural and Natural Resources: IUCN) และโครงการชีวภาพระหว่างประเทศ (The Intenational Council of Scientific Union: ICSU) (สำนักงานเลขาธิการคณะกรรมการแห่งชาติว่าด้วยการศึกษาวิทยาศาสตร์และวัฒธรรม สหประชาชาติ, 2540) และต่อมาองค์การศึกษาวิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมแหางสหประชาชาติ (UNESCO) ได้ริเริ่มโครงการมนุษย์และชีวมณฑล (Man and Biosphere Programme: MAB) มาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2513 (ค.ศ.1970) โดยเป็นโครงการที่เน้นความเชื่อมโยงระหว่างมนุษย์และสิ่งแวดล้อม มีหลักการและสาระสำคัญ 3 ประการ ได้แก่ (1) การอนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพ (Conservation Function) (2) ส่งเสริมการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม (Development Function) และ (3) ดำรงรักษาคุณค่าทางวัฒนธรรมที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งการศึกษา ฝึกอบรม การวิจัยด้านสิ่งแวดล้อม และการติดตามตรวจสอบปัญหาที่เกี่ยวข้องกับการอนุรักษ์และพัฒนาที่ยั่งยืนในทุกระดับ (Logistic Function) พื้นที่สงวนชีวมณฑลทั่วโลก ครอบคลุมพื้นที่แหล่งทรัพยากรธรรมชาติ ต่าง ๆ มากหลาย ซึ่ง นงพงา (2555) ได้จำแนกออกเป็น 4 กลุ่ม ได้แก่
        (1) ส่วนที่เป็นพื้นดินและหิน หรือ ธรณีภาค (Lithosphere) ปรากฏเป็นลักษณะภูมิประเทศแบบต่าง ๆ เช่น ภูเขา ทะเลทราย เป็นต้น
        (2) ส่วนที่เป้นพื้นน้ำ หรือ อุทกภาค (Hydrosphere) ทั้งที่เป็นน้ำผิวดิน เช่น หนองน้ำ ลำคลอง แม่น้ำ ทะเลสาบ มหาสมุทร รวมทั้งน้ำแข็งในบริเวณขั้วโลก และที่เป็นน้ำใต้ดิน
        (3) ส่วนที่เป็นบรรยากาศ (Atmosphere) ประกอบด้วย แก๊ส ไอน้ำ อนุภาคต่าง ๆ ในอากาศ รวมถึงเมฆ และหยาดน้ำฟ้า ได้แก่ ฝน หิมะ ลูกเห็บ ที่ห่อหุ้มโลกอยู่ ซึ่งหมายถึง ชั้นที่เหมาะสม ต่อการดำรงชีวิตของสิ่งมีชีวิต คือ บรรยากาศชั้น โทรโปสเฟียร์ (Troposphere)
        (4) ส่วนที่เป็นชีวภาพหรือชีวมณฑล (Biosphere) คือ บริเวณที่มีสภาพพื้นดิน หิน น้ำ และบรรยากาศเหมาะสมต่อการเกิดและดำรงอยู่ของสิ่งมีชีวิตทั้ง พืช สัตว์ และมนุษย์ เป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้พบสิ่งมีชีวิตที่มีลักษณะเฉพาะที่แตกต่างกันไป เช่น ป่าฝนเขตร้อน ป่าผลัดใบในเขตอบอุ่น ป่าสน ทะเลทราย ทุ่งหญ้าสะวันนา หรือเขตทุนดรา เป็นต้น

       องค์กรหลักที่ทำหน้าที่ในการดำเนินงานภายใต้โครงการมนุษย์และชีวมณฑล คือ สำนักงานเลขาธิการโครงการมนุษย์และชีวมณฑล กองนิเวศวิทยา (Division of Ecology Sciences) สำนักงานใหญ่องค์การยูเนสโก กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศษ โดยมีองค์กรบริหาร คือ คณะกรรมการสภาประสานงานระหว่างประเทศว่าดด้วยโครงการมนุษย์และชีวมณฑล (International Co-ordinating Council of the Programme on Man and the Biosphere: UNESCO/MAB) ประกอบด้วยผู้แทนประเทศสมาชิกรวม 34 ประเทศ ในการประกาศพื้นที่ใดเป็นเขตสงวนชีวมณฑลนั้น ประเทศที่เป็นเจ้าของพื้นที่ ต้องพิจารณาเสนอพื้นที่ต่อ คณะกรรมการสภาประสานงานระหว่างประเทศ ว่าด้วยโครงการมนุษย์และชีวมณฑล (UNESCO/MAB) ซึ่งต้องได้รับความเห็นชอบของคณะกรรมการที่ปรึกษา (Advisory Committee) และคณะกรรมการกลาง (Bureau) และประเทศเจ้าของพื้นที่ต้องจัดให้มีหน่วยประสานงานกลาง (MAB Focal Point) สำหรับบริหารพื้นที่

     สำหรับประเทศไทย มีเขตสงวนชีวมณฑลจำนวน 4 แห่ง ได้แก่

     1) เขตสงวนชีวมณฑลสะแกราช
     2) เชตสงวนชีวมณฑลแม่สา - ห้วยคอกม้า
     3) เขตสงวนชีวมณฑลห้วยทาก
     4) เขตสงวนชีวมณฑลระนอง


สำนักอนุรักษ์ทรัพยากรป่าชายเลน กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง
( Office of Mangrove Conservation, Department of Marin and Coastal Resources)
ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา 5 ธันวาคม 2550
เลขที่ 120 หมู่ 3 อาคารรัฐประศาสนภักดิี ชั้น 7
ถนนแจ้งวัฒนะ แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ กรุงเทพ ฯ 10210
โทร. 02 141 1323 แฟกซ์ : 02 143 9256