สถานการณ์พื้นที่สงวนชีวมณฑลระนอง
Untitled Document
 

สารบัญ
ความเป็นมา
การจัดทำฐานข้อมูลการเปลี่ยนแปลงการใช้ที่ดิน
สถานภาพทรัพยากรป่าชายเลนในพื้นที่สงวนชีวมณฑล
สรรพสัตว์ในป่าชายเลน
 
- นก
 
- แมลง
 
- สัตว์หน้าดิน
 
- สัตว์น้ำ
การศึกษาการใช้ประโยชน์ป่าชายเลนของชุมชนบริเวณพื้นที่สงวนชีวมณฑลระนองและพื้นที่ใกล้เคียง
พื้นที่สงวนชีวมณฑล (Biosphere) มีที่มาจากการประชุมชีวมณฑล (Biosphere Conference) ซึ่งเป็นการประชุมระหว่างรัฐบาลด้านสิ่งแวดล้อมและการพัฒนาที่จัดขึ้นในวันที่ 4-13 กันยายน 2511 โดยยูเนสโกได้ร่วมกับองค์การสหประชาชาติ (United Nations: UN) องค์การอาหารและเกษตรแห่ง สหประชาชาติ (Food and Agriculture Organization: FAO) องค์การอนามัยโลก (World Health Organization: WHO) สหภาพระหว่างประเทศว่าด้วยการอนุรักษ์ธรรมชาติและแหล่งทรัพยากรธรรมชาติ (The International Union of the Conservation of Natural and Natural Resources: IUCN) และ โครงการชีวภาพระหว่างประเทศ (The International Council of Scientific Union: ICSU) (ส านักงาน เลขาธิการคณะกรรมการแห่งชาติว่าด้วยการศึกษาวิทยาศาสตร์และวัฒนธรรม สหประชาชาติ, 2540) และ ต่อมา องค์การศึกษาวิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ (UNESCO) ได้ริเริ่มโครงการมนุษย์และ ชีวมณฑล (Man and Biosphere Programme: MAB) มาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2513 (ค.ศ. 1970) โดยเป็นโครงการ ที่เน้นความเชื่อมโยงระหว่างมนุษย์และสิ่งแวดล้อม มีหลักการและสาระส าคัญ 3 ประการ ได้แก่ 1) การอนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพ (Conservation Function) 2) ส่งเสริมการพัฒนาเศรษฐกิจและ สังคม (Development Function) และ 3) ดำรงรักษาคุณค่าทางวัฒนธรรมที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งการให้ การศึกษา ฝึกอบรม การวิจัยด้านสิ่งแวดล้อม และการติดตามตรวจสอบปัญหา ที่เกี่ยวข้องกับการอนุรักษ์และพัฒนาที่ยั่งยืนในทุกระดับ (Logistic Function) ซึ่งพื้นที่สงวนชีวมณฑลทั่วโลกครอบคลุมพื้นที่แหล่ง ทรัพยากรธรรมชาติต่างๆอย่างหลากหลาย ซึ่ง นงพงา (2555) ได้จำแนกออกเป็น 4 กลุ่ม ได้แก่ 1) ส่วนที่เป็น พื้นดินและหิน หรือธรณีภาค (Lithosphere) ปรากฏเป็นลักษณะภูมิประเทศแบบต่างๆ เช่น ภูเขา ที่ราบ ทะเลทราย เป็นต้น 2) ส่วนที่เป็นพื้นน้ า หรืออุทกภาค (Hydrosphere) ทั้งที่เป็นน้ าผิวดิน เช่น หนองน้ำ ลำคลอง แม่น้ำ ทะเลสาบ มหาสมุทร รวมทั้งน้ำแข็งในบริเวณขั้วโลก และที่เป็นน้ำใต้ดิน 3) ส่วนที่เป็น บรรยากาศ (Atmosphere) ประกอบด้วย แก๊ส ไอน้ำ อนุภาคต่างๆในอากาศ รวมถึงเมฆและหยาดน้ าฟ้า ได้แก่ ฝน หิมะ ลูกเหงบ ที่ห่อหุ้มโลกอยู่ซึ่งหมายถึงชั้นที่เหมาะสมต่อการด ารงชีวิตของสิ่งมีชีวิต คือ บรรยากาศ ชั้น โทรโปสเฟียร์ (Troposphere) ซึ่งปกคลุมอยู่ใกล้ผิวโลก และ 4) ส่วนที่เป็นชีวภาคหรือชีวมณฑล (Biosphere) คือ บริเวณที่มีสภาพพื้นดิน หิน น้ำ และบรรยากาศเหมาะสมต่อการเกิดและดำรงอยู่ของ สิ่งมีชีวิตทั้ง พืช สัตว์ และมนุษย์เป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้พบสิ่งมีชีวิตที่มีลักษณะเฉพาะที่แตกต่างกันไป เช่น ป่าฝนเขตร้อน ป่าผลัดใบ ในเขตอบอุ่น ป่าสน ทะเลทราย ทุ่งหญ้าสะวันนา หรือเขตทุนดรา เป็นต้น องค์กรหลักที่มีหน้าที่ในการดำเนินงานภายใต้โครงการมนุษย์และชีวมณฑล คือ สำนักงานเลขาธิการ โครงการมนุษย์และชีวมณฑล กองนิเวศวิทยา (Division of Ecology Sciences) ส านักงานใหญ่องค์การ ยูเนสโก กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส โดยมีองค์กรบริหาร คือ คณะกรรมการสภาประสานงานระหว่างประเทศ ว่าด้วยโครงการมนุษย์และชีวมณฑล (International Co-ordinating Council of the Programme on Man and the Biosphere: UNESCO/MAB) ประกอบด้วยผู้แทนประเทศสมาชิกรวม 34 ประเทศ ในการ ประกาศพื้นที่ใดเป็นเขตสงวนชีวมณฑล นั้น ประเทศที่เป็นเจ้าของพื้นที่ต้องพิจารณาเสนอพื้นที่ต่อ คณะกรรมการสภาประสานงานระหว่างประเทศว่าด้วยโครงการมนุษย์และชีวมณฑล (UNESCO/MAB) ซึ่งต้อง ได้รับความเหงนชอบของคณะกรรมการที่ปรึกษา (Advisory committee) และคณะกรรมการกลาง (Bureau) และประเทศเจ้าของพื้นที่ต้องจัดให้มีหน่วยประสานงานกลาง (MAB Focal Point) สำหรับบริหารพื้นที่
สำหรับประเทศไทย มีเขตสงวนชีวมณฑลรวม 4 แห่ง ได้แก่
1) เขตสงวนชีวมณฑลสะแกราช ตั้งอยู่ตำบลสะแกราช อำเภอวังน้ำเขียว จังหวัดนครราชสีมา มีระบบนิเวศเป็นป่าดิบแล้งและป่าเต็งรัง ได้รับการประกาศจาก UNESCO/MAB ในปี พ.ศ. 2519
2) เขตสงวนชีวมณฑลแม่สา-ห้วยคอกม้า จังหวัดเชียงใหม่ ประกอบด้วยพื้นที่ลุ่มน้ำแม่สา ตั้งอยู่ในท้องที่อำเภอแม่ริมและสะเมิง และลุ่มน้ าห้วยคอกม้า อำเภอเมือง ระบนิเวศประกอบด้วยป่าดิบเขา ป่าสนเขา ป่าเบญจพรรณ และป่าเต็งรัง ได้รับการประกาศจาก UNESCO/MAB ในปี พ.ศ. 2520
3) เขตสงวนชีวมณฑลห้วยทาก ตั้งอยู่ในท้องที่อำเภองาว จังหวัดลำปาง มีระบบนิเวศเป็น ป่าเบญจพรรณ (ที่มีไม้สักเป็นพันธุ์ไม้เด่น) ได้รับการประกาศจาก UNESCO/MAB ในปี พ.ศ. 2520
4) เขตสงวนชีวมณฑลระนอง ตั้งอยู่ในท้องที่ตำบลหงาว อำเภอเมือง จังหวัดระนอง มีระบบนิเวศเป็นป่าชายเลน ได้รับการประกาศจาก UNESCO/MAB ในปี พ.ศ.2540 ซึ่งนับเป็นพื้นที่ป่าชายเลนแห่งแรก ของโลกที่ได้รับการประกาศเป็นพื้นที่สงวนชีวมณฑล ทิศเหนือติดกับคลองระนองและปากน้ำระนอง ทิศใต้ติด กับคลองทรายขาวและทะเลอันดามัน ทิศตะวันออกติดกับอุทยานแห่งชาติน้ าตกหงาว และทิศตะวันตกติดกับ ทะเลอันดามัน ประกอบด้วยพื้นที่ป่าชายเลนผืนใหญ่ที่มีความอุดมสมบูรณ์ และมีความหลากหลายทางชีวภาพสูง พื้นที่ป่าบก พื้นที่หมู่บ้านหรือชุมชน และส่วนที่เหลือเป็นพื้นน้ าที่ติดต่อกับทะเลอันดามัน โดยได้จัดการพื้นที่ ตามลักษณะภูมิประเทศ ความอุดมสมบูรณ์ของป่า รวมทั้งกิจกรรมเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ และการมีส่วนร่วมของประชาชน ประกอบด้วย 3 เขต คือ เขตแกนกลาง (Core zone) เขตกันชน (Buffer zone) เขตรอบนอก (Transition zone) ทั้ง 3 เขต มีการจัดการให้ใช้ประโยชน์ที่ดินแตกต่างกัน ก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงสภาพของป่าชายเลนในลักษณะที่แตกต่างกันด้วย

สำนักอนุรักษ์ทรัพยากรป่าชายเลน กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง
( Office of Mangrove Conservation, Department of Marin and Coastal Resources)
ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา 5 ธันวาคม 2550
เลขที่ 120 หมู่ 3 อาคารรัฐประศาสนภักดิี ชั้น 7
ถนนแจ้งวัฒนะ แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ กรุงเทพ ฯ 10210
โทร. 02 141 1323 แฟกซ์ : 02 143 9256