ม.เกษตรจับมือภาคเอกชนปลูกป่าเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน  1 ล้านไร่ นำร่องในพื้นที่จังหวัดอุทัยธานี


         เมื่อวันที่ 26 สิงหาคม 2559 ที่คณะวนศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์จัดการเสวนาวิชาการเรื่อง ไม้เศรษฐกิจพลังงาน บนฐานความยั่งยืน โดยมีพิธีลงนามความร่วมมือทางวิชาการกับ บริษัทสยามฟอร์เรสแมเนจเม้นท์ จำกัด ในกลุ่มบริษัท สยามสตีล ในการพัฒนาป่าเศรษฐกิจ เพื่อพลังงานชีวมวลพื้นที่ 1 ล้านไร่ เป็นโครงการนำร่อง โดย ดร.จงรัก วัชรินทร์รัตน์ รักษาการแทนอธิการบดี มหาวิทยาลัย เกษตรศาสตร์ เข้าร่วมเป็นประธาน โดยบริษัทได้มอบเงินสนับสนุนมหาวิทยาลัย เกษตรศาสตร์ กว่า 2 ล้านบาทเพื่อพัฒนาเป็นโครงการนำร่อง
           นายสุรพล คุณานันทกุล กรรมการบริหาร บริษัทสยามฟอร์เรสแมเนจเม้นท์ จำกัด กล่าวว่า บริษัทได้ไปลงทุนด้านพลังงานในประเทศญี่ปุ่น ทั้งพลังงานไฟฟ้าจากโซลาเซลล์ และโรงไฟฟ้าจากชีวมวล โดยเล็งเห็นว่าประเทศไทยนั้น มีเชื้อเพลิงหรือสามารถพัฒนาเชื้อเพลิงด้านพลังงาน ได้เป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะไม้โตเร็วที่จะส่งเสริมให้เกษตรกรปลูก และใช้หลักวิชาการด้านการจัดการป่าไม้ อย่างยั่งยืน มาใช้ในการรับรอง โดยประเทศญี่ปุ่นกำหนดให้ไม้และเชื้อเพลิงจากไม้นั้น ต้องได้รับการรับรองตามมาตรฐาน FSC (Forest Stewardship Council) ซึ่งกลุ่มบริษัทได้มอบหมายให้ คณะวนศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และมีองค์ความรู้ เชี่ยวชาญในเรื่องนี้เป็นที่ปรึกษา โดยเป้าหมายเป็นที่ดิน ส.ป.ก. ซึ่งรัฐได้จัดสรรให้เกษตรกร โดยบริษัทจะส่งเสริมให้มีการปลูกไม้แบบหลายชั้นเรือนยอด ทั้งไม้โตเร็ว ไม้โตปานกลาง และไม้เศรษฐกิจที่มีมูลค่าสูง โดยจะนำเนื้อไม้โตเร็วมาผลิตเป็นเชื้อเพลิงพลังงาน โดยจะมีการส่งเสริม ให้ความรู้แก่เกษตรกรและประกับราคารับซื้อที่เหมาะสมและเป็นธรรมมากที่สุด เกษตรกรจะได้มีรายได้ที่มั่นคงและมีไม้ใช้ ปลูกหมุนเวียนตลอดไป
           ในการเสวนามีการเสนอความคิด และแนวทางที่หลากหลาย ซึ่งดำเนินการโดย ผศ.ดร.นิคม แหลมสัก รักษาการแทน รองคณบดี คณะวนศาสตร์ และเป็นอดีตนายกสมาคมธุรกิจไม้โตเร็ว และ ดร.สุเทพ จันทร์เขียว ผู้เชี่ยวชาญด้านการรับรองไม้ตามมาตรฐานในระดับนานาชาติ โดยได้มีการตั้งเครือข่ายชื่อว่า T-CERN (Thai-Forest Certification Network) ขึ้น มีเวบไซต์ชื่อ http://tfcc-thailand.org จะเป็นหน่วยงานประสานในการให้การรับรองไม้ตามมาตรฐานในระดับนานาชาติ
           ดร.นิคม แหลมสัก กล่าวว่าประเทศไทยมีพื้นที่นาข้าว ราว 27 ล้านไร่ที่เป็นนาดอนไม่เหมาะสมในการปลูกข้าว ควรที่จะมีการนำมาพัฒนาหรือปรับเปลี่ยนเป็นพื้นที่ป่าเศรษฐกิจ โดยการปลุกไม้โตเร็ว เนื่องจากเกษตรกรจะได้มีรายได้ที่แน่นอนโดยเกษตรกรจะรอ 2-3 ปีก็เก็บเกี่ยวผลผลิตได้ ยิ่งใช้ระบบ FSC เข้ามาจับแล้วก็จะสามารถตัดไม้ ปลูกไม้สร้างรายได้หมุนเวียนไปทุก ๆ ปี ประเทศมีพื้นที่สีเขียว มีระบบการอนุรักษ์ รักษาดินและน้ำ เกษตรกรมีรายได้แน่นอนไม่ต้องห่วงเรื่องภัยธรรมชาติ
          ดร.สุเทพ จันทร์เขียว ได้กล่าวว่าการรับรองด้านป่าไม้ทั้งมาตรฐาน FSC หรือ PEFC นั้น เป็นมาตรฐานระดับนานาชาติ ที่ทั่วโลกให้การยอมรับ แต่อย่างไรก็ตามในประเทศไทยนั้น เกษตรกรรายย่อยเอง จะมีขีดจำกัดในการเข้าถึงองค์ความรู้เหล่านั้น จำเป็นจะต้องมีผู้เชี่ยวชาญ หรือมีคนที่มีความรู้เข้าไปช่วยในการจัดทำระบบ ก่อนให้หน่วยงานที่เป็นหน่วยตรวจ หรือ CB เข้ามาตรวจ ทั้งนี้ ดร.สุเทพ กำลังพัฒนาหลักสูตรฝึกอบรม เพื่อพัฒนาผู้เชี่ยวชาญ ผู้ตรวจที่มีความรู้ที่เป็นคนไทย โดยที่ผ่านมาพบว่าส่วนใหญ่เป็นชาวต่างชาติ มีค่าใช้จ่ายสูงในการตรวจ และต้องใช้ล่ามในการแปลภาษา ซึ่งล่ามที่แปลอาจไม่ใช้นักป่าไม้ทำให้ระบบการตรวจรับรองตามมาตรฐานนานาชาตินั้น โดยเฉพาะ FSC นั้นค่อนข้างยุ่งยาก โดยพบว่าค่าตรวจประเมินและรับรองเฉลี่ยประมาณ 140 บาทต่อไร่ / 5 ปี ซึ่งถือว่าสูง แต่หากผู้ตรวจเป็นคนไทย และเจ้าของสวนเป็นที่ที่ผ่านการอบรมให้มีความรู้แล้วค่าตรวจเหล่านี้จะถูกลงหลายเท่าตัว
        ดร.สุเทพ กล่าวต่อว่า ระบบการรับรองตามมาตรฐานนานาชาติ ทั้ง FSC หรือ PEFC นั้นเป็นกลไกที่ถูกยอมรับกันทั่วโลก มีมาตรฐานและกำหนดที่เข้มงวด ระบบการตรวจประเมินนั้นจะใช้หน่วยงานที่สาม หรือ Third Party ที่ได้รับการรับรองในการตรวจสอบ ขณะนี้ T-CERN กำลังพัฒนา FSC-Thailand ซึ่งเป็นมาตรฐานนานาชาติที่จะนำบริบทของประเทศไทยเข้ามาเป็นดัชนีชี้วัด ซึ่งทำให้การประเมินตามมาตรฐานนั้นสอดคล้องกับประเทศไทย ทำให้เกษตรกรไทย ผู้ปลูกไม้สามารถเข้าถึงได้ ในขณะที่ มาตรฐาน PEFC นั้นเป็นมาตรฐานนานาชาติที่จะเข้ามารับรองมาตรฐาน มอก.14061 ซึ่งเป็นมาตรฐานของประเทศไทย ซึ่งหน่วยงานที่รับผิดชอบ คือ TFCC (Thailand Forest Certification Council) ภายใต้สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (สอท.)
            อย่างไรก็ตาม ผู้ร่วมประชุมหลายท่านโดยเฉพาะภาคเอกชนและเกษตรกร ได้ให้ข้อเสนอแนะ ในประเด็นที่ปัจจุบันกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับป่าไม้ ไม่เอื้อกับการปลูกต้นไม้ เพราะการปลูกต้นไม้เพื่อเป็นไม้เศรษฐกิจคือเพื่อตัดขายในอนาคต มีขั้นตอน กระบวนการ และระยะเวลามาก มีมีความเสี่ยงต่อการกระทำความผิดต่อกฎหมายหลาย ๆ ฉบับ โดยมีผู้แทนทนายความ ได้ยกตัวอย่างคดีซึ่งชาวบ้านได้ตัดต้นไม้ซึ่งปลูกในที่ดินของตนเองมาเพื่อมาซ่อมแซมบ้าน โดยไม่รู้กกหมายและถูกดำเนินคดีกว่า 10 ข้อหา ชาวบ้านจึงเกรงกลัวต่อการปลูกต้นไม้โดยเฉพาะไม้ที่มีค่าทางเศรษฐกิจ เพราะอาจสุ่มเสี่ยงต่อการกระทำผิดกฎหมาย จึงเลือกที่จะปลูกข้าว ข้าวโพด หรือมันสำปะหลังแทน แม้จะเสี่ยงต่อภัยธรรมชาติ และการลงทุนสูงไม่คุ้มทุนก็ตาม
           ผู้แทนการยางแห่งประเทศไทย (กยท.) ได้แจ้งที่ประชุมเรื่องการสนับสนุน ส่งเสริมให้ไม้ยางพารา ได้รับการรับรองการจัดการอย่างยั่งยืนตามมาตรฐาน FSC เช่นกัน ในขณะที่กรมป่าไม้ ก็ยังไม่ชัดเจนเรื่อง พ.ร.บ.สวนป่า และระบบของการขออนุญาตหรือการขึ้นทะเบียนไม้ตาม พ.ร.บ.สวนป่า แต่ก็ยืนยันที่จะทำระบบให้สามารถดำเนินการได้ผ่านระบบอินเตอร์เน็ต
ผู้แทน WWF ประเทศไทย ยืนยันที่จะให้การสนับสนุนและการพัฒนามาตรฐาน FSC-Thailand ซึ่งถือเป็น FSC - National Standard อันจะเหมาะสมกับประเทศไทย ซึ่งเกษตรกรปลูกต้นไม้ หรือปลูกป่าเป็นแปลง ขนาดเล็ก ๆ
           ในขณะที่คุณจิตติวัฒน์ เสนอแนะให้ภาครัฐควรให้การสนับสนุน และส่งเสริมการปลูกไม้เศรษฐกิจ เช่นการมีกองทุนที่สามารถให้เกษตรกรกู้เพื่อลงทุนปลูกไม้และใช้คืนเมื่อขายไม้ การออกพันธบัตร หรือ Carbon tax การจัดทำตลาดซื้อขายล่วงหน้า การสร้างแรงจูงใจด้านภาษี สำหรับผู้ปลูกไม้และใช้ระบบการจัดการอย่างยั่งยืน เป็นต้น
         ชนิดพันธุ์ไม้เป้าหมายที่จะส่งเสริมให้เกษตรกรปลูก 5 ชนิด ได้แก่
  (1) กระถินเทพณรงค์ (Acacia sp.) ลูกผสม (Acacia mangium+A.auriculiformis)
(2) กระถินยักษ์ (Leucaena leucocephala)
(3) สนประดิพัทธ์ (Casuarina junhuniana)
(4) ยูคาลิปตัสทุกชนิด (Eucalyptus spp.)
(5) เสม็ดขาว (Melaleuca cajuputi)
                                    นอกจากนี้ การส่งเสริมการปลูกไม้โตเร็ว เพื่อเป็นไม้พลังงานนั้น จะต้องเข้าสู่ระบบการรับรองการจัดการป่าไม้อย่างยั่งยืน ตามมาตรฐาน FSC บริษัทฯ จึงจะรับซื้อ โดยได้มีการทำบันทึกข้อตกลง หรือสัญญาซื้อขายไม้ล่วงหน้าไว้ อย่างไรก็ตามโดยมาตรการ หรือระบบ ของ FSC นั้น มีความเข้มงวดในเรื่องของความยั่งยืน ด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม โดยจะมีการให้ปลูกไม้รอบตัดฟันปานกลาง และรอบตัดฟันยาว เช่น ไม้ สัก ไม้พะยูง ไม้ประดู โดยไม้เหล่านี้ จะนำไปฝากไว้กับ ธกส. ภายใต้โครงการธนาคารต้นไม้ อีกด้วย
Acacia sp.(Hydrid)
Leucaena leucocephala
Casuarina junhuniana
Eucalyptus spp
Melaleuca cajuputi

โครงการส่งเสริมเกษตรกรปลูกไม้โตเร็ว 5 ชนิด เพื่อใช้เป็นเชื้อเพลิงพลังงาน