สวนป่า FSC ตัดสิบชาติก็ไม่หมด...ถ้าต้องการเพิ่มป่า ? ต้องเลิกโง่

         ผู้บริหารระดับสูงของ ทส. นักวิชาการ หลายคนเคยเดินทางไปดูงานป่าไม้ในต่างประเทศ หลาย ๆ ประเทศ เช่น ทำไมญี่ปุ่น หรือ ประเทศฟินแลนด์ มีป่าไม้กว่า 70% และก็มีป่าปลูกตัดไม้ใช้ และขายไปต่างประเทศสร้างรายได้มหาศาล และพื้นที่ป่าไม้ก็เพิ่มขึ้น เพิ่มขึ้น ประเทศไทยมีพื้นที่มหาศาล แต่กลับไม่สามารถรักษาพื้นที่ป่าไม้ หรือเพิ่มพื้นที่ป่าแม้กระทั่งป่าเศรษฐกิจ (Economic Forest) ที่ใช้ระบบการจัดการป่าไม้อย่างยั่งยืน ซึ่งได้รับการยอมรับกันทั่วโลกอย่าง FSC (Forest Stewardship Council) เข้ามาจัดการและตรวจรับรอง ด้วย Third-Party อายุของการรับรอง 5 ปี ก็จะมีการตรวจรับรองใหม่ ทุก ๆ ปี ก็จะมีการตรวจเพื่อติดตาม

ทำไมผู้เขียนถึงใช้คำนี้ คือ (1) สวนป่า FSC ตัดสิบชาติก็ไม่หมด และ (2) ต้องการเพิ่มป่า ? ต้องเลิกโง่

(1) สวนป่า FSC ตัด สิบชาติก็ไม่หมด
      หลักการของระบบการจัดการป่าไม้อย่างยั่งยืน ตามแนวทาง FSC ซึ่งเป็นมาตรฐานในระดับนานาชาติ ที่ไม่การยอมรับกันทั่วโลก หลักการคือให้ป่านั้นตอบสนอง 3 ด้าน คือ (1) เศรษฐกิจ (2) สังคม และ (3) สิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน คนที่อยู่ในวงการป่าไม้ หรือการซื้อขายไม้ จะเข้าใจระบบนี้ สวนป่าไหน หรือเอกชนรายใด กว่าจะได้รับการรับรอง FSC มาซักใบ แทบจะเลือดออกหู เพราะมันยากมาก ๆ ที่จะต้องปฏิบัติตามหลักการ 10 ประการและเงื่อนไขกว่า 54 ข้อ และต้องทำต่อเนื่อง ตลอดอายุของการรับรอง ในแต่ละรอบ 5 ปี ที่จะต้องมีการตรวจใหญ่ เพื่อต่อใบรับรอง " ทำไมถึงตัดไม้ 10 ชาติก็ไม่หมด หากสวนป่านี้ ยังคงสถานะว่ายังได้รับการรับรองตามมาตรฐาน FSC เพราะหลักการได้ระบุว่า การเก็บเกี่ยวผลผลิต ต้องไม่เกินส่วนที่เพิ่มพูนขึ้นมาจากสวนป่านั้น เมื่อถึงรอบตัดฟัน " .... ** www.ic.fsc.org **
       หลาย ๆ คนที่อยู่ในวงการป่าไม้ จะรู้จัก FSC เป็นอย่างดี หลายคนแทบเมินหน้าหนี เพราะคิดว่าแทบจะเป็นไปไม่ได้เลย ที่จะทำได้ตามข้อกำหนด ในมาตรฐานของ FSC แม้ว่าตลาดปลายทาง เช่น สหภาพยุโรป ญี่ปุ่น เกาหลี จะให้ราคาซื้อ ขายไม้ หรือผลิตภัณฑ์ ที่มีไม้เป็นส่วนประกอบ ในราคาที่สูงหลาย เท่าก็ตาม อย่างไรก็ตาม ผู้ประกอบการหลาย ๆ รายในประเทศไทย ก็ดำเนินการปลูกไม้เศรษฐกิจ ไม้ยางพารา โดยใช้มาตรฐานการจัดการป่าไม้แบบยั่งยืน ตามแนวทาง FSC เข้ามาบริหารจัดการ เช่น กลุ่มบริษัท SCG ซึ่งผลิตกระดาษจากไม้ยูคาร์ลิปตัส กลุ่มโรงงานในภาคตะวันออก ซึ่งป้อนวัตถุดิบ จากไม้ยางพารา ให้กับ IKEA เป็นต้น

        ตัวอย่างหลักการที่จะยกตัวอย่าง สำหรับสวนป่าที่มีการจัดการอย่างยั่งยืน ตามแนวทาง FSC เช่น การต้องมีพื้นที่ร้อยละ 20 ให้เป็นป่าธรรมชาติ, ต้นไม้ที่ปลูกข้าง ๆ ลำน้ำ ห้ามตัดโดยเด็ดขาด , การห้ามใช้สารเคมีในแปลงปลูกสวนป่า , ห้ามใช้ไฟในการเผา, การต้องปฏิบัติตามกฏหมายของประเทศ อย่างเข้มงวด เป็นต้น สวนป่าที่มีการปลูก แล้วขอการรับรองนั้น จะต้องจัดทำการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม ก่อนตัดฟัน โดยกำหนดให้ต้องมีแผนการจัดการ ว่าจะปลูกแปลงใหน และแปลงไหนจะตัดฟัน เมื่อไหร่ หากไม้ปฏิบัติตามแผน ก็จะเพิกถอนการรับรอง การดำเนินการขอการรับรอง เอกสารต้องเปิดเฝยต่อสาธารณะ โดยผู้ซื้อ - ผู้ขาย สามารถตรวจสอบ Code และตรวจสอบย้อนกลับได้ผ่านระบบฐานข้อมูล Website นอกจากนี้ สวนป่าต้องเก็บเอกสาร หลักฐานไว้อย่างน้อย 5 ปี และพร้อมให้ตรวจเมื่อไหร่ก็ได้

การตรวจรับรอง ต้องใช้ระบบ Third - Party คือ ต้องให้หน่วยงานภายนอก ที่เรียกว่า Certified Body (CB) ซึ่งเป็น บริษัท หรือองค์กร ที่ได้รับการรับรอง ระบบงาน (Accredited) โดย FSC-Internatinal และไม่เป็นผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย อนุญาตให้ตรวจได้ โดยการตรวจ จะต้องมีหัวหน้าผู้ตรวจ (Lead Auditor) ร่วมกับผู้ตรวจ (Auditor) ร่วมตรวจประเมิน โดยผู้ตรวจและหัวหน้าผู้ตรวจ ต้องผ่านการอบรม และมีชั่วโมงการตรวจผ่านตามกำหนด โดยคนไทย ที่เป็น Lead Auditor นับคนได้ เพราะมีไม่ถึง 10 คน

ค่าใช้จ่ายในการดำเนินการ ตั้งแต่เตรียมการ จัดทำระบบเอกสาร ฐานข้อมูล การจัดการฝึกอบรม การทำความเข้าในกับชุมชน สำหรับการขอการรับรองการจัดการป่าไม้อย่างยั่งยืน ตามแนวทาง FSC ผู้ประกอบการต้องจ่าย ใบละเป็นหลักล้าน ผู้ประกอบการ จึงใช้กระบวนการ วิชาการ ผู้เชี่ยวชาญ เพื่อให้สวนป่านั้น คงสภาพได้รับการรับรอง หรือต่อใบรับรอง ต่อไป เพื่อรักษาตลาด และเป็นการยืนยันว่าองค์กร ของเขาได้ตระหนัก และให้ความสำคัญกับการรักษาซึ่งสมดุล ด้านเศรษฐกิจ สังคมและสิ่งแวดล้อม

ตลาดในประเทศญี่ปุ่น ระบุชัดเจนว่าผลิตภัณฑ์จากไม้ที่ส่งเข้าญี่ปุ่น จะต้องมีใบรับรองการจัดการป่าไม้อย่างยั่งยืน หรือ Certified เช่น FSC, PEFC หรือ อื่น ๆ
      หลักการมาตรฐานการจัดการป่าไม้อย่างยั่งยืน ที่ยกตัวอย่าง FSC ว่าตัด 10 ชาติ ก็ไม่หมด เหมือนฝากธนาคาร แล้วนำเฉพาะดอกเบี้ยไปใช้ ....ใช้ 10 ชาติ เงินต้นก็ยังอยู่ครบ ตราบเท่าที่ธนาคารนั้น ยังคงอยู่ ........................

(2) ถ้าต้องการเพิ่มป่า ? ... ต้องเลิกโง่

     อันนี้เป็นข้อความประชดประชันที่ว่า ป่าไม้และการบริหารจัดการป่าไม้ นั้นจำเป็นต้องมีความรู้ ความเข้าใจ ว่าป่าไม้ (Forest ) คือ ต้นไม้ (Tree) สามารถปลูกได้ มีการเจริญเติบโต และตาย ไปตามอายุไข นอกจากนั้น ต้นไม้และป่าไม้ เป็นสิ่งมีชีวิต มีสังคม มีการแก่งแย่ง บดบัง รวมถึงมีการสืบต่อขยายพันธุ์ ตามธรรมชาติ " ทำไมต้องเลิกโง่ " หลายคนยังไม่มีความรู้ และบอกว่า การตัดไม้ทำลายป่า ซึ่งที่ถูกต้อง คือ ไม่เสมอไป ยังมีการตัดไม้ที่เป็นการบำรุงป่า หรือ ที่เรียกว่าการตัดสางขยายระยะ (Thinning ) เพื่อเปิดพื้นที่ให้แสงลงสู่ไม้พื้นล่าง หรือลูกไม้ สามารถเจริญเติบโตได้ และต้นไม้ที่เหลืออยู่ ก็สามารถเจริญเติบโตได้ดีมากยิ่งขึ้น

     " นักอนุรักษ์ " กลุ่มที่สนับสนุนให้ใช้วัสดุอื่นทดแทนไม้ ... ความคิดนี้... เป็นความคิดที่เขลา ... การใช้วัสดุ เหล็ก พลาสติก ซีเมนต์ ล้วนเป็นวัสดุที่ได้มาจากทรัพยากรที่ใช้แล้วหมดไปทั้งสิ้น และในกระบวนการได้มา ต้องใช้พลังงาน รวมถึงการส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ชุมชน จำนวนมาก ..ที่ฉลาด คือ ต้องรณรงค์ ให้ใช้ไม้ แทนวัสดุเหล่านั้น .... เมื่อมีความต้องการใช้ไม้ ก็ส่งเสริม สนับสนุน ให้มีการปลูกไม้ ปลูกเพื่อตัด นำไปใช้....สิ่งก่อสร้างที่ผุกร่อน ก็นำไม้ที่ปลูกไปซ่อม หรือ เปลี่ยน.... หมุนเวียนกันไปไม่รู้จบ... ถ้าฉลาดแบบนี้ ป่า ก็จะคงอยู่สืบไป
 
       ในต่างประเทศ มีระบบ Certified เพื่อนำไม้จากป่าอนุรักษ์ เช่น อุทยานแห่งชาติ มาใช้ประโยชน์ เนื่องจากไม้ใหญ่ นั้นหากปล่อยไว้ก็จะยืนต้นตาย อันเป็นการเสียมูลค่า และไม้พื้นล่าง ลูกไม้ ไม่มีโอกาส ได้เจริญเติบโตเป็นต้นใหญ่ได้ เนื่องจากถูกบดบังแสงแดด เช่น ประเทศมาเลเซีย เป็นต้น
Credit : MTC

      ต้นไม้ที่ยืนต้นตาย แล้วย่อยสลายโดยจุลินทรีย์ ก็จะปลดปล่อย คาร์บอนไดออกไซด์ หรือ ก๊าซมีเทน สู่บรรยากาศ แล้วแต่กรณี ซ้ำยังเสี่ยงต่อการเกิดไฟไหม้ แต่หากเราทำการ Fixed Carbon นั้นมาแปรเป็นไม้แปรรูป เก็บไว้ เกิดประโยชน์เพื่อใช้สอย แล้วก็เป็นการเก็บคาร์บอนไว้ อย่างสมบูรณ์แบบ

    บางประเทศ เช่น ประเทศจีน ใช้ระบบ Certified โดยให้ Third-Party เข้ามาตรวจประเมินและรับรองตามมาตรฐาน การจัดการอุทยานแห่งชาติ และให้เกรด เป็นอักษร A ซึ่งมีมากที่สุดถึงระดับ 5A เหมือนการให้ดาว ในระบบการจัดคุณภาพโรงแรม
       สนับสนุนแนวคิด รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (พลเอกสุรศักดิ์ กาญจนรัตน์) กล่าวในรายการเกิดหน้าประเทศไทย (1 สิงหาคม 2559) ที่จะมีการส่งเสริม สนับสนุน ให้เอกชนมาดำเนินการปลูกต้นไม้ และตัดไม้มาสร้างมูลค่า ในเขตพื้นที่ป่าเศรษฐกิจ โดยใช้มาตรฐานการจัดการป่าไม้อย่างยั่งยืน เข้ามาดำเนินการ ทำไม้เฉพาะเท่าที่ ความเพิ่มพูนของป่า ... ป่าหมดหรือเสียหาย เนื่องจากการเปลี่ยนแปลงการใช้ที่ดิน ไปเป็นรูปแบบอื่น เช่น เกษตรกรรม ที่อยู่อาศัย อย่างเช่นการสร้างเขื่อน พื้นที่น้ำท่วมทำให้ป่าหายอย่างสมบูรณ์
ภาพตัวอย่าง การใช้ไม้ในการออกแบบ และก่อสร้าง ด้วยสถาปัตยกรรม สำหรับสถานที่สำคัญของประเทศ อันเป็นเอกลักษณ์ และสื่อให้เห็นถึงการให้ความสำคัญ ต่อการรักษาสิ่งแวดล้อม และการส่งเสริมให้มีการปลูกไม้ เพื่อใช้สอย ทดแทนวัสดุ ที่สร้างมลพิษ
Credit : MTC
Credit : MTC
Credit : MTC
 
เขียนโดย ดร.สุเทพ จันทร์เขียว
ผู้ประสานงานเครือข่ายการรับรองไม้เศรษฐกิจไทย (T-CERN)
หน้าข่าวอื่น ๆ
:
นักวิชาการมก. ชี้ไม้สักจากป่าปลูก อ.อ.ป. สร้างรัฐสภาใหม่ แห่งเดียวที่มี ใบรับรอง และทั่วโลกยอมรับการปลูก มีการจัดการอย่างยั่งยืน
 
:
คุยกับนักวิชาการป่าไม้ว่าด้วยเรื่อง 'ไม้สัก' จากป่าปลูก ถึงการสร้างรัฐสภาใหม่
:
ไม้สักเหมือน DNA ของชาติ! ปธ.ออกแบบรัฐสภาใหม่แจงเหตุใดต้องใช้สร้าง?
:
ไม้สักทำรัฐสภา ไม่ใช่ป่าอนุรักษ์ ออป.ยันตัดจากป่าเศรษฐกิจ
อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/669619
:
ความขัดแย้งใช้ประโยชน์ที่ดิน ไม้สักจากสวนป่า ถึงการสร้างรัฐสภาใหม่
:
โค่นสัก"สร้างรัฐสภาใหม่ พลิกบทเรียนสางงานสวนป่า... อ่านต่อที่ : http://www.dailynews.co.th/article/511488
:
ผอ.อ.อ.ป. ลั่นยอมเสีย'สวนป่าแม่หอพระ'กว่าพันไร่ แลกคนไทยเข้าใจป่าเศรษฐกิจ