โครงการรับรองมาตรฐานป่าไม้แบบแปลงใหญ่
  SMART FARM FOREST CERTIFICATION (SFFC)      
ที่มาของปัญหาและแนวคิดการจัดทำโครงการรับรองมาตรฐานป่าไม้แบบแปลงใหญ่

      ด้วยความต้องการใช้ไม้ โดยเฉพาะเพื่อพลังงานทั้งพลังงานความร้อนและพลังงานไฟฟ้า อุตสาหกรรมเยื่อ และกระดาษ ทั้งในประเทศและต่างประเทศมีเป็นจำนวนมาก และมีแนวโน้มที่เพิ่มขึ้น การสร้างความมั่นคงด้านวัตถุดิบ ซึ่งกำหนดให้ต้องได้รับการรับรองตามมาตรฐานนานาชาติ (เฉพาะตลาดต่างประเทศ) นั้นเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดสำหรับการบริหารจัดการในระยะยาว ที่ผ่านมา โดยระบบของการขอการรับรองตามมาตรฐาน การจัดการป่าไม้ นั้นถือว่ามีค่าใช้จ่ายค่อนข้างสูง โดยเฉพาะสำหรับพื้นที่ที่มีขนาดเล็ก – เล็กมาก ในขณะที่แปลงขนาดใหญ่นั้น ก็มีอุปสรรคในการบริหารจัดการ หรือควบคุมให้มีประสิทธิภาพ ตลอดอายุของการรับรองได้ แต่อย่างไรก็ตาม ค่าใช้จ่าย รวมถึงความยุ่งยาก ความสามารถในการเข้าถึงระบบ จะง่ายและ มีค่าใช้จ่ายลดลงมากกว่า ร้อยละ 50 เมื่อการพัฒนามาตรฐานฯ สำหรับประเทศไทยแล้วเสร็จ

           เครือข่ายการรับรองไม้เศรษฐกิจ (T-CERN) จึงมีแนวคิดในการบริหาร และจัดการวัตถุดิบ (Feed Stock Management) และการจัดการมาตรฐานการรับรอง FSC / PEFC โดยมีแนวคิดการสร้างความร่วมมือกับภาคเอกชน ที่มีความต้องการใช้ไม้ที่ได้รับการรับรอง และร่วมกันจัดการพื้นที่เพื่อขอการรับรองขนาดใหญ่ โดยที่เครือข่ายฯ จะทำการป้อนไม้ที่ได้รับการรับรองแล้วนั้น ตามเงื่อนไขข้อตกลง ตลอดอายุของสัญญา
 
แนวคิดการพัฒนาโครงการ

          จากแนวทางและข้อเสนอดังกล่าวข้างต้นนี้ ก็จะทำให้ลดค่าใช้จ่ายในการดำเนินการพัฒนาระบบเพื่อขอการรับรองได้เป็นจำนวนมาก โดยผู้ประกอบการจะสามารถมีไม้ที่ผ่านการรับรองป้อนอุตสาหกรรมได้โดยตลอด แม้ว่าเกิดข้อผิดพลาดที่ทำให้ใบรับรองบางใบ ถูกแขวนหรือถอนการรับรอง อย่างไรก็แล้วแต่ การดำเนินการในการจัดการ รวมถึงการบริหารพื้นที่ตลอดช่วงอายุของการรับรองทุก ๆ 5 ปีนั้น บริษัทฯ ผู้ผลิตก็ไม่ต้องเสียเวลาดำเนินการ รวมถึงค่าใช้จ่ายที่จะเกิดขึ้นก็จะถูกลง อันนี้เป็นแนวทาง หรือแนวความคิดในการบริหารจัดการเท่านั้น
ข้อดีของแนวทางการดำเนินการนี้
       (1) ผู้ประกอบการเสียค่าใช้จ่าย สำหรับการจัดทำระบบและการรับรอง จำนวนน้อยกว่าการขอรับรองแบบเดี่ยว ๆ มากกว่า 50 %
       (2) ผู้ประกอบการมีวัตถุดิบ เพียงพอในปริมาณตามจำนวนที่ต้องการ ภายใต้ข้อตกลง ซึ่งผู้จัดการระบบ จะสามารถจัดหาไม้ จากหลาย ๆ แปลงที่ต่างใบรับรองกัน ป้อนให้เพียงพอกับความต้องการได้ โดยไม่กระทบกับการผลิตของกลุ่ม โรงงานอื่น ๆ รวมถึงราคา
       (3) ผู้ประกอบการไม้ต้องกังวล หรือเสียเวลาในการจัดทำระบบ รวมถึงต้องมีบุคคลากร ที่รับผิดชอบหลักในด้านการรับรอง ซึ่งจำเป็นต้องมีการดูแลรักษา ให้ได้มาตรฐาน ตลอดอายุระยะเวลาใบรับรอง 5 ปี รวมถึงการต่ออายุการรับรองนั้นด้วย
 
แนวทางการดำเนินการ
       (1) การสอบถามความคิดเห็น และแสดงความจำนงค์ของผู้ประกอบการ โดยกำหนดเป้าหมายพื้นที่จำนวน 300,000 - 400,000 ไร่ กระจายในทั่วทุกภูมิภาค
       (2) หากได้จำนวนผู้ประกอบการที่เพียงพอและเหมาะสมแล้วนั้น จะได้มีการนัดประชุม เพื่อหารือ ในการกำหนดแนวทางวิธีการ ขอบเขตการดำเนินงาน งบประมาณ รวมถึงประเด็นข้อตกลงต่าง ๆ
       (3) ดำเนินการปฏิบัติ